นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทกลับมามองบวกต่อทองคำ
ผลสำรวจ Kitco Weekly Gold Survey ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 พบว่านักวิเคราะห์และเทรดเดอร์สายสถาบันในตลาดวอลล์สตรีทกลับมามีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์หน้าอย่างชัดเจน โดย 64% หรือ 9 จาก 14 คนที่ตอบแบบสำรวจมองว่าราคาทองจะปรับตัวขึ้น มีเพียง 14% (2 คน) ที่มองลบ และอีก 21% (3 คน) มองว่าราคาจะแกว่งตัวออกด้านข้าง ขณะที่ฝั่งนักลงทุนรายย่อยในโพล Main Street มีสัดส่วนมองบวกอยู่ที่ 53% (115 จาก 218 เสียง) มองลบ 24% และมองเป็นกลาง 23% ซึ่ง Kitco ระบุว่านักลงทุนรายย่อยยังคง "รักษาเสียงข้างมากที่มองบวกไว้ได้อย่างเฉียดฉิว" หลังราคาทองปรับตัวลงต่อเนื่องในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในรอบสัปดาห์ที่ทำการสำรวจ ราคาทองคำโลกเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบตั้งแต่ระดับต่ำสุดที่ 4,292.11 ดอลลาร์ ไปจนถึงระดับสูงสุดที่ 4,442.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนปิดตลาดวันศุกร์ (ก่อนตัวเลข CPI สหรัฐฯ จะประกาศออกมาในคืนวันเดียวกัน) ที่ 4,349.42 ดอลลาร์ ลดลง 1.65% จากสัปดาห์ก่อนหน้า นักวิเคราะห์ที่ให้สัมภาษณ์กับ Kitco มีมุมมองเป้าหมายราคาที่หลากหลาย เช่น มาร์ก แชนด์เลอร์ (Bannockburn) มองแนวต้านถัดไปที่ 4,460-4,510 ดอลลาร์ และหากราคาผ่าน 4,540 ดอลลาร์ได้จะยิ่งหนุนภาพเทคนิคขาขึ้น ขณะที่เจสซี โคลอมโบ (BubbleBubble Report) มองว่าหากราคาปิดเหนือ 4,400 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคงจะเกิดแรงรีบาวด์แบบ "ซื้อข่าว" และมีโอกาสไปแตะ 5,000 ดอลลาร์ในระยะถัดไป เช่นเดียวกับบ็อบ ฮาเบอร์คอร์น (StoneX) ที่มองว่าหากเฟดคงดอกเบี้ยไว้ ราคาทองมีโอกาสไปถึง 5,000 ดอลลาร์เช่นกัน ทั้งนี้มุมมองการสำรวจครั้งก่อนหน้าเมื่อวันที่ 5 กันยายนเคยแตกออกเป็นสองฝ่ายชัดเจนก่อนตัวเลข CPI จะประกาศ ตามที่เคยรายงานไว้ในบทวิเคราะห์ผลสำรวจ Kitco ก่อน CPI สหรัฐฯ
UBS เตือนความเสี่ยงระยะสั้น แต่ยังมองบวกระยะยาว
ในอีกมุมหนึ่ง โจนี เทฟส์ (Joni Teves) นักกลยุทธ์จาก UBS เตือนว่าหากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยจริงในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายนนี้ ตามที่ตลาดกำลังให้น้ำหนักไว้สูง อาจทำให้ราคาทองคำเผชิญแรงปรับฐานระยะสั้นแบบ "ปฏิกิริยาตอบโต้ทันที" (knee-jerk correction) แต่เธอย้ำว่าการปรับฐานดังกล่าวไม่น่าจะทำให้แนวโน้มขาขึ้นของทองคำหยุดชะงัก เนื่องจากตลาดได้รับรู้และซึมซับการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยไปมากแล้วล่วงหน้า อีกทั้งแรงซื้อทองคำจริงและแรงซื้อของสถาบันน่าจะช่วยพยุงราคาไม่ให้ร่วงลึก
ในระยะยาว UBS ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ โดยชี้ปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่ ธนาคารกลางจีนที่ยังคงซื้อทองคำเข้าสำรองต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นราว 20 ตันในเดือนสิงหาคม รวมยอดซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปีแล้วราว 80 ตัน ซึ่งถือเป็นอัตราการซื้อที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2566 นอกจากนี้กองทุน ETF ทองคำกำลังทยอยสร้างสถานะซื้อกลับเข้ามา และอินเดียกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูกาลซื้อทองคำตามประเพณี ทำให้ UBS มองว่าสมดุลความเสี่ยงต่อผลตอบแทนของทองคำในช่วงปลายปีนี้ยังเอียงไปทางขาขึ้นมากกว่าขาลง โดยเทฟส์ระบุว่าหากเฟดกลับ "คง" ดอกเบี้ยไว้แทนที่จะขึ้น ราคาทองอาจตอบสนองเชิงบวกที่รุนแรงกว่า โดยเฉพาะหากการตัดสินใจนั้นถูกตีความว่าเกี่ยวโยงกับคำถามเรื่องความเป็นอิสระของเฟดเอง
ราคาทองไทยและสิ่งที่ต้องติดตาม
ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศไทยปิดตลาดวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 ที่ 68,050 บาทต่อบาททองคำ ตามประกาศราคาของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ตัวเลข CPI สหรัฐฯ จะประกาศออกมาและทำให้ราคาทองคำโลกพลิกกลับมาบวกแรงข้ามคืน ตามรายละเอียดที่เคยรายงานไว้ในสรุปราคาทองคำวันนี้ 12 กันยายน 2569 ทั้งนี้ทั้งผลสำรวจของ Kitco และมุมมองของ UBS ต่างชี้ตรงกันว่าตัวแปรสำคัญที่สุดในสัปดาห์นี้คือผลการประชุมเฟดวันที่ 15-16 กันยายน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองทั้งในตลาดโลกและราคาทองไทยในระยะถัดไป ประกอบกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เคยกดดันราคาทองคำในสัปดาห์นี้เช่นกัน ตามที่เคยรายงานไว้ในบทวิเคราะห์ราคาทองหลุด 4,320 ดอลลาร์ ศึกเรือน้ำมันอิหร่าน-สหรัฐฯ ผู้อ่านที่ต้องการติดตามราคาทองคำแท่งไทยแบบเรียลไทม์จากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยสามารถเข้าชมได้ที่หน้าราคาทองคำวันนี้ ของเว็บไซต์ และสามารถอ่านบทวิเคราะห์ราคาทองคำฉบับอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่หน้าบทความทั้งหมด
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
