สรุปราคาทองคำเมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569

ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศไทยเมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 เปิดตลาดที่ 68,000 บาทต่อบาททองคำ (ราคาขายออก) ตามประกาศราคาของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย จากนั้นราคาแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบตลอดทั้งวัน โดยทำจุดต่ำสุดของวันที่ 67,650 บาท ในชั่วโมงการซื้อขายที่สอง ก่อนไล่ขึ้นมาทำจุดสูงสุดของวันที่ 68,200 บาท ในช่วงบ่ายต้น แล้วย่อตัวลงเล็กน้อยมาปิดตลาดที่ 68,050 บาทต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้นเพียง 50 บาท (+0.07%) จากราคาเปิด คิดเป็นกรอบการเคลื่อนไหวทั้งวันเพียง 550 บาท ซึ่งถือว่าแคบกว่าหลายวันก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน สะท้อนว่าตลาดทองไทยเลือกที่จะรอดูสถานการณ์มากกว่าจะเทรดตามทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างชัดเจน ต่อเนื่องจากที่ราคาปิดวันพฤหัสบดีที่ 68,550 บาทเคยลดลง 150 บาทจากราคาเปิดของวันนั้น ตามรายละเอียดที่เคยรายงานไว้ในสรุปราคาทองคำวันนี้ 11 กันยายน 2569

สาเหตุ: ตลาดรอคอย CPI สหรัฐฯ อย่างใจจดใจจ่อ ราคาโลกเปิดต่ำสุดในรอบเดือน

ตามรายงานของ Yahoo Finance ราคาทองคำโลกสัญญาล่วงหน้าเดือนธันวาคมเปิดตลาดวันศุกร์ที่ 4,359.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 1.1% จากราคาปิดวันพฤหัสบดี ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำโลกปรับลดลงแล้ว 1.6% เนื่องจากนักลงทุนปรับเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าขึ้นมาอยู่ที่ราว 69.4% จากระดับ 62.2% ก่อนหน้า ก่อนที่ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ จะประกาศออกมาในคืนวันศุกร์ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นข้อมูลเงินเฟ้อชุดสำคัญสุดท้ายก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ในวันที่ 15-16 กันยายนนี้ ความไม่แน่นอนก่อนตัวเลขสำคัญเช่นนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาทองไทยเลือกแกว่งตัวในกรอบแคบตลอดวันศุกร์ แทนที่จะเคลื่อนไหวไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อเนื่องจากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านและตัวเลข PPI ที่ร้อนแรงที่เคยฉุดราคาทองคำโลกให้หลุด 4,320 ดอลลาร์ไปก่อนหน้านี้ ตามที่เคยรายงานไว้ในบทวิเคราะห์ราคาทองหลุด 4,320 ดอลลาร์ ศึกเรือน้ำมันอิหร่าน-สหรัฐฯ

ราคาทองคำโลกพลิกกลับมาบวกแรงข้ามคืน แม้ CPI จะร้อนแรงและโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยพุ่งเป็น 90%

หลังตลาดทองคำไทยปิดทำการไปแล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ประกาศตัวเลข CPI เดือนสิงหาคมออกมาเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน และ 3.4% เมื่อเทียบรายปี ตรงตามคาด ขณะที่ดัชนี Core CPI เพิ่มขึ้น 0.3% สูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ 0.2% และคงอัตรารายปีไว้ที่ 2.4% ตามรายงานของ FXStreet ในช่วงแรกราคาทองคำโลกร่วงลงหลุดระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทันทีหลังตัวเลขประกาศออกมา และโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าพุ่งขึ้นไปแตะราว 90-91% แต่ราคากลับฟื้นตัวกลับอย่างรวดเร็ว จนกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วันที่ระดับ 4,335 ดอลลาร์ และปรับตัวขึ้นแรงถึง 1.29% มาอยู่ที่ 4,373.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์

FXStreet ระบุว่าสาเหตุที่ราคาทองคำไม่ได้ร่วงลงตามที่คาดแม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะออกมาสูงกว่าคาดและโอกาสขึ้นดอกเบี้ยจะพุ่งขึ้น เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีกลับปรับลดลง 1 จุดพื้นฐานมาอยู่ที่ 4.951% ขณะที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ยังคงยืนใกล้ระดับ 99.00 ลดลงเพียง 0.05% เท่านั้น นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนยังปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 51.7 มาอยู่ที่ 47.8 ซึ่งโจแอนน์ ซู (Joanne Hsu) ผู้อำนวยการการสำรวจดังกล่าว ระบุว่าผู้บริโภคคาดการณ์ว่าจะเผชิญ "แรงกดดันต่อกระเป๋าเงินที่มากขึ้น" จากราคาเชื้อเพลิงและความตึงเครียดทางการค้า ปัจจัยเหล่านี้ช่วยหักล้างแรงกดดันจากโอกาสขึ้นดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และทำให้ทองคำกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนมองหาเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงแทน

ความหมายต่อราคาทองไทยวันนี้

เนื่องจากราคาทองคำโลกพลิกกลับมาบวกแรงถึง 1.29% ในช่วงที่ตลาดทองคำไทยปิดทำการไปแล้วเมื่อคืนวันศุกร์ แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับลดลงและความกังวลเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวจึงยังไม่สะท้อนอยู่ในราคาปิด 68,050 บาทของวันศุกร์ตามประกาศราคาของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย และมีแนวโน้มจะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ราคาทองคำแท่งไทยเปิดตลาดขยับสูงขึ้นในเช้าวันนี้ ผู้อ่านที่ต้องการทราบว่าราคาทองคำแท่งไทยวันนี้จะเคลื่อนไหวต่อจากระดับปิด 68,050 บาทไปทางใด สามารถตรวจสอบราคาจริงแบบเรียลไทม์จากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยได้ที่หน้าราคาทองคำวันนี้ ของเว็บไซต์

สิ่งที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้

ตลาดยังคงจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ในวันที่ 15-16 กันยายนนี้อย่างใกล้ชิด หลังจากที่โอกาสขึ้นดอกเบี้ยพุ่งขึ้นไปแตะราว 90-91% ตามรายงานของ FXStreet แม้ตัวเลข CPI จะยืนยันว่าเฟดมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยจริง แต่ปฏิกิริยาของราคาทองคำในคืนวันศุกร์แสดงให้เห็นว่าตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแรงลง เช่น ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ร่วงลง และทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร มากกว่าจะโฟกัสที่โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป อาจเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้น นอกจากนี้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านและทิศทางราคาน้ำมันที่เคยกดดันราคาทองคำในสัปดาห์นี้ตามที่รายงานไว้ในบทวิเคราะห์ราคาทองหลุด 4,320 ดอลลาร์ ศึกเรือน้ำมันอิหร่าน-สหรัฐฯ ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามควบคู่กันไป ผู้อ่านที่สนใจติดตามบทวิเคราะห์ราคาทองคำฉบับอื่น ๆ เพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่หน้าบทความทั้งหมด ของเว็บไซต์

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน