จีนซื้อทองคำสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี ต่อเนื่องเดือนที่ 22

สำนักบริหารเงินตราต่างประเทศแห่งชาติจีน (SAFE) รายงานเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ว่าธนาคารกลางจีน (People's Bank of China หรือ PBOC) เพิ่มทองคำสำรองอีก 650,000 ออนซ์ (ราว 20.2 ตัน) ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตามรายงานของ investingLive และ goldsilver.com ถือเป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ และยังมากกว่ายอดซื้อของเดือนกรกฎาคมที่ 640,000 ออนซ์ ซึ่งเคยเป็นยอดซื้อรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 มาก่อน ทำให้ยอดซื้อเดือนสิงหาคมกลายเป็นยอดซื้อทองคำรายเดือนของจีนที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี

ด้วยยอดซื้อดังกล่าว ทองคำสำรองรวมของจีนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 76.73 ล้านออนซ์ (ประมาณ 2,386.57 ตัน) จาก 76.08 ล้านออนซ์ในเดือนกรกฎาคม โดยมูลค่ารวมของทองคำสำรองเพิ่มขึ้นจาก 306.35 พันล้านดอลลาร์ เป็น 350.08 พันล้านดอลลาร์ ตามรายงานของ investingLive อย่างไรก็ตาม investingLive ระบุข้อควรระวังว่ามูลค่าที่เพิ่มขึ้นถึง 43.7 พันล้านดอลลาร์นั้น "ไม่ได้หมายความว่าจีนซื้อทองคำมากขนาดนั้นในเดือนเดียว" เพราะมูลค่าที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ไม่ใช่ปริมาณการซื้อจริงทั้งหมด

ETF ทองคำทั่วโลกไหลเข้า 18,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม มากเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน สภาทองคำโลก (World Gold Council หรือ WGC) รายงานผ่าน KITCO ว่ากองทุน ETF ทองคำทั่วโลกมีเงินไหลเข้าสุทธิถึง 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคม 2569 เพียงเดือนเดียว ซึ่งถือเป็นเงินไหลเข้ารายเดือนมากเป็นอันดับสองเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ ทำให้ยอดเงินไหลเข้าสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 29,000 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่าทองคำเพิ่มขึ้น 160 ตัน แบ่งเป็นภูมิภาคอเมริกาเหนือ 7.7 พันล้านดอลลาร์ (มากเป็นอันดับสามในประวัติศาสตร์) ยุโรป 7.9 พันล้านดอลลาร์ (สูงสุดเป็นประวัติการณ์) และเอเชีย 2 พันล้านดอลลาร์ โดยจีนเป็นผู้นำแรงซื้อในภูมิภาคนี้ ตามรายงานของ KITCO

WGC ระบุว่าปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ปรับตัวสูงขึ้น และการเข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ซึ่งยิ่งตอกย้ำความกังวลเรื่องความยั่งยืนทางการคลัง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐฯ เคยพุ่งขึ้นแตะ 4.83% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี WGC ให้ความเห็นว่า "บทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงในพอร์ตและทางเลือกแทนพันธบัตรรัฐบาล น่าจะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความต้องการที่สำคัญ" พร้อมเตือนว่าความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐฯ จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อความต้องการลงทุนในระยะถัดไป โดยระบุว่า "หากตลาดตีความการแทรกแซงว่าเป็นความสิ้นหวัง ทางออกที่น่าจะเกิดขึ้นคือผลตอบแทนที่แท้จริงที่ลดลง ส่วนต่างอายุพันธบัตร (term premium) ที่ขยายตัว และเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง" ตามรายงานของ KITCO

แรงซื้อเชิงโครงสร้างที่ต่อเนื่องมาหลายเดือน

แรงซื้อของทั้งธนาคารกลางจีนและกองทุน ETF ในเดือนสิงหาคมนี้ สอดคล้องกับแนวโน้มที่เคยรายงานไว้ก่อนหน้าในกองทุน ETF ทองคำ-เงินไหลเข้าคึกคัก แต่นักลงทุนยังไม่เชื่อสุด ขณะธนาคารกลางยังซื้อทองต่อเนื่อง ซึ่งระบุว่าธนาคารกลางจีนซื้อทองเพิ่ม 33 ตันในไตรมาสที่สองของปีนี้ และยังใกล้เคียงกับธีมความกังวลด้านหนี้สาธารณะที่ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์อ้างถึงเมื่อโยกย้ายทองคำสำรอง 86 ตันไปลอนดอนเพื่อรับมือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ตามที่เคยรายงานไว้ในธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำ 86 ตันหนีเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ นักวิเคราะห์ที่ investingLive อ้างถึงระบุว่าแรงซื้อต่อเนื่องของ PBOC สร้าง "ฐานเชิงโครงสร้างที่สำคัญ" รองรับความต้องการทองคำ แม้ราคาจะไม่ได้ปรับขึ้นเป็นเส้นตรงเสมอไป แต่แรงซื้อลักษณะนี้อาจดึงดูดผู้ซื้อกลับเข้ามาในช่วงที่ราคาปรับฐานแรง ๆ ได้

ความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่ WGC ระบุว่าเป็นปัจจัยหนุน ETF ทองคำ ยังเป็นธีมเดียวกับมุมมองของ Natixis ที่เคยให้เป้าราคาทองคำระยะยาวไว้ที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามที่เคยรายงานไว้ในราคาทองโลกกับความกังวลด้านหนี้ ทำไม Natixis มองเป้า 5,000 ดอลลาร์

ความหมายต่อราคาทองไทย

ข่าวการซื้อทองคำของ PBOC และเงินไหลเข้า ETF ไม่ได้ผูกกับตัวเลขราคาทองคำรายวันโดยตรง แต่สะท้อนแรงซื้อเชิงโครงสร้างในตลาดโลกที่เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ราคาทองคำโลกดีดตัวกลับขึ้นมายืนเหนือ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา จากแรงหนุนของเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศไทยปิดตลาดวันเดียวกันที่ 68,450 บาทต่อบาททองคำ (ราคาขายออก) ลดลง 150 บาทจากวันก่อนหน้า ตามประกาศราคาของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ตามรายละเอียดที่เคยรายงานไว้ในสรุปราคาทองคำวันนี้ 10 กันยายน 2569 ผู้อ่านที่ต้องการติดตามราคาทองคำวันนี้แบบเรียลไทม์ ซึ่งดึงข้อมูลราคาจริงจากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยโดยตรง สามารถดูได้ที่หน้าราคาทองคำวันนี้ ของเว็บไซต์

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้

WGC เตือนว่าความเชื่อมั่นของตลาดต่อการบริหารจัดการหนี้และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐฯ จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางเงินไหลเข้า ETF ทองคำในระยะถัดไป หากตลาดมองว่าการแทรกแซงของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เป็นสัญญาณความสิ้นหวัง อาจยิ่งกดดันให้ผลตอบแทนที่แท้จริงลดลงและดอลลาร์อ่อนค่า ซึ่งเป็นปัจจัยที่มักหนุนราคาทองคำ ส่วนแรงซื้อของ PBOC นั้น นักวิเคราะห์มองว่าเป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างระยะยาวมากกว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนราคาระยะสั้น ผู้อ่านที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวราคาทองคำและบทวิเคราะห์อื่น ๆ เพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่หน้าบทความทั้งหมด ของเว็บไซต์

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน