สรุปราคาทองคำเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2569

ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศไทยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2569 เปิดตลาดที่ 67,800 บาทต่อบาททองคำ ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของวันที่ 67,950 บาท ในชั่วโมงแรก จากนั้นไหลลงต่อเนื่องจนแตะจุดต่ำสุดที่ 67,450 บาท ช่วงบ่าย และปิดตลาดที่ 67,500 บาทต่อบาททองคำ ลดลง 300 บาทจากราคาเปิด ตามข้อมูลราคารายชั่วโมงของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย เมื่อเทียบกับราคาปิดวันพุธที่ 68,000 บาท ทองแท่งปรับลงรวม 500 บาท กรุงเทพธุรกิจรายงานว่าวันนั้นราคาเปลี่ยนแปลงถึง 23 ครั้ง โดยราคาปิดของทองคำแท่งอยู่ที่รับซื้อ 67,300 บาท ขายออก 67,500 บาท และทองรูปพรรณขายออก 68,300 บาท

ราคาทองไทยเปิดตลาดต่ำกว่าวันก่อนแล้ว 200 บาท เพราะรับแรงขายทองคำโลกช่วงกลางคืนที่เราเตือนไว้ในสรุปราคาทองคำวันนี้ 24 กันยายน 2569 หลังจากนั้นราคาก็ปรับลงเกือบทุกชั่วโมงจนปิดตลาด

ปัจจัยหลัก: น้ำมันพุ่ง บอนด์ยีลด์สูงสุดตั้งแต่ปี 2008

Kitco News รายงานว่าราคาทองคำในตลาดโลก (spot gold) ลดลง 0.48% มาอยู่ที่ 4,265.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหลุดแนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นไปอยู่ราว 104.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดกังวลเรื่องเงินเฟ้อมากขึ้น ตลาดซื้อขายล่วงหน้าให้โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนตุลาคมราว 70% ดัชนีดอลลาร์อยู่ใกล้ 101.05 ซึ่งสูงสุดในรอบ 2 เดือน ตัวเลข PMI ที่แข็งแกร่งและยอดขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 197,000 ราย ก็ช่วยตอกย้ำมุมมองว่าเฟดยังมีเหตุผลที่จะคุมเข้มต่อ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์ก (COMEX) ส่งมอบเดือนธันวาคมปิดลดลง 20.40 ดอลลาร์ หรือ 0.47% ที่ 4,298.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แอนนา พอลสัน เจ้าหน้าที่เฟด ระบุว่าเฟด "อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อไปเพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2%" ส่วนไมเคิล บาร์ ผู้ว่าการเฟด ก็ย้ำว่าอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเพื่อคุมเงินเฟ้อ ในวันเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.7% สู่ 94.61 ดอลลาร์ และเบรนท์เพิ่มขึ้น 3.4% สู่ 106.60 ดอลลาร์ หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบีย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขึ้นไปที่ 5.133% สูงสุดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2008 และดัชนีดอลลาร์ขึ้นไปที่ 101.28 เมื่อน้ำมันแพงขึ้น ตลาดก็กลัวเงินเฟ้อและคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก รูปแบบนี้เคยกดดันทองคำมาแล้วในช่วงกลางเดือนที่ยีลด์แตะ 5% และฮูตีเคลื่อนไหว

ผลต่อราคาทองไทยวันนี้

ในฝั่งค่าเงินบาท อินโฟเควสท์รายงานว่าเงินบาทปิดตลาดเมื่อวานที่ 33.48 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอ่อนค่ามากที่สุดในภูมิภาค เพราะบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่สูงขึ้นทำให้ดอลลาร์แข็งค่า ประกอบกับราคาทองโลกลดลง นักบริหารเงินคาดกรอบเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 33.35-33.55 บาทต่อดอลลาร์ เงินบาทที่อ่อนค่าช่วยชะลอการลดลงของราคาทองในประเทศได้บางส่วน แต่ไม่พอหักล้างแรงขายจากตลาดโลก

หลังตลาดทองไทยปิด ราคาทองโลกยังไม่ฟื้นตัว ราคาปิด 67,500 บาทของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยจึงสะท้อนแรงกดดันส่วนใหญ่ไปแล้ว ราคาเปิดตลาดเช้านี้จะขึ้นกับทิศทางทองโลกและค่าเงินบาทในช่วงเช้า ผู้อ่านตรวจสอบราคาซื้อขายล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยได้ที่หน้าราคาทองคำวันนี้

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้

การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงซึ่งตลาดจับตามาทั้งสัปดาห์ได้ข้อสรุปแล้ว Al Jazeera รายงานว่าทั้งสองประเทศตกลงขยายการสงบศึกทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน โดยยังคงอัตราภาษีเดิมไว้ ได้แก่ 36.5% สำหรับสินค้าจีนที่เข้าสหรัฐฯ และ 31% สำหรับสินค้าสหรัฐฯ ที่เข้าจีน จีนตกลงซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่ม และเลื่อนการห้ามส่งออกแร่หายากออกไปถึงวันที่ 10 มกราคม ไอนาร์ ทังเกน นักวิเคราะห์ที่ Al Jazeera อ้างถึง มองว่าการขยายเวลาครั้งนี้ "ไม่ใช่สะพานไปสู่ข้อตกลงใหญ่ แต่เป็นเพียงกระสอบทรายชั่วคราว" ในเชิงเทคนิค อินโฟเควสท์ระบุว่านักวิเคราะห์มองระดับ 4,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นแนวรับสำคัญ หากหลุดลงไปอาจเห็นการปรับฐานแรงขึ้น นอกจากนี้ตลาดยังจับตาราคาน้ำมันและโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม

แม้แรงกดดันระยะสั้นยังมีอยู่ แต่สถาบันการเงินหลายแห่งยังมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะยาว ดูรายละเอียดได้ในสามธนาคารใหญ่มองบวกทองคำ พร้อมข้อมูลจีนซื้อทองเกินกว่าที่รายงาน และดูบทวิเคราะห์อื่น ๆ ได้ที่หน้าบทความทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน