สรุปราคาทองคำเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน 2569

ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศไทยเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน 2569 เปิดตลาดที่ 67,600 บาทต่อบาททองคำ จากนั้นไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งวันแบบไม่มีการปรับฐานลงต่ำกว่าราคาเปิดเลย จนแตะจุดสูงสุดของวันและปิดตลาดพร้อมกันที่ 68,400 บาทต่อบาททองคำ ในช่วงเย็น เพิ่มขึ้นจากราคาเปิด 800 บาท ตามข้อมูลราคารายชั่วโมงของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย นับเป็นวันที่ราคาทองคำไทยฟื้นตัวแรงที่สุดในรอบหลายวัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวลงต่อเนื่องสองวันติดต่อกันตามที่เคยรายงานไว้ในสรุปราคาทองคำวันนี้ 16 กันยายน 2569

สาเหตุที่ราคาพุ่ง: แรงซื้อคืนสถานะช่วงสั้นก่อนผลประชุมเฟด

ตามบทวิเคราะห์ของ FXStreet ราคาทองคำโลกปิดตลาดวันอังคารที่ระดับแนวรับสำคัญ (neckline) ที่ 4,333.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะดีดตัวขึ้นราว 50 ดอลลาร์ในช่วงข้ามคืนจนแตะระดับใกล้ 4,383 ดอลลาร์ระหว่างการซื้อขายช่วงเอเชีย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับที่ตลาดทองคำไทยเปิดทำการในวันพุธ นักวิเคราะห์ของ FXStreet ระบุว่าการดีดตัวครั้งนี้เป็น "ช่วงซื้อคืนสถานะขาย" (short-covering) ก่อนการประกาศผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เวลา 14.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ มากกว่าจะเป็นแรงซื้อขายที่มีทิศทางชัดเจน โดยตลาดในขณะนั้นให้น้ำหนักถึง 94% ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงทรงตัวและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่เพิ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ที่ 5.04% เมื่อวันก่อนหน้า ก็ยังไม่ได้ปรับลดลงตามแรงซื้อทองคำแต่อย่างใด สะท้อนว่าการปรับขึ้นของราคาทองคำในวันนั้นเป็นเพียงการปรับสถานะระยะสั้นก่อนเหตุการณ์สำคัญ ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทางเชิงโครงสร้าง

จังหวะการไต่ระดับขึ้นของราคาทองคำไทยตลอดวันพุธจึงสอดคล้องกับแรงซื้อคืนสถานะดังกล่าวในตลาดโลกที่เกิดขึ้นก่อนเวลาปิดตลาดของไทย ซึ่งต่อเนื่องจากความผันผวนที่กดดันราคาทองคำไทยให้ปรับลดลง 350 บาทและ 650 บาทในสองวันก่อนหน้า ตามที่เคยรายงานไว้ในราคาทองคำวันนี้ Citi ลดพอร์ตทองคำ ดัชนีผลิตนิวยอร์กร่วง ก่อนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ผลประชุมเฟดพลิกทิศทาง: ขึ้นดอกเบี้ยจริงพร้อมสัญญาณเข้มงวดต่อ

หลังตลาดทองคำไทยปิดทำการในวันพุธ ผลการประชุม FOMC จึงประกาศออกมาตามคาด โดยตามรายงานของ CNBC คณะกรรมการเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่กรอบ 3.75-4.00% ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 ขณะที่ประธานเฟด เควิน วอร์ช กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุมว่า ตัวเลขเงินเฟ้อในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา "ไม่ได้บ่งชี้ว่าแนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐานปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ" ตอกย้ำจุดยืนที่ยังคงเข้มงวดต่อเนื่อง

ตามรายงานของ GoldSilver.com ราคาทองคำโลกที่เคยไต่ขึ้นไปแตะ 4,368 ดอลลาร์ก่อนการประกาศผล ได้พลิกกลับมาอ่อนตัวลงทันทีหลังการแถลงข่าวของประธานเฟด เหลือเพียง 4,306 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเวลา 14.31 น. หรือเพิ่มขึ้นเพียง 0.3% จากวันก่อนหน้า จากที่เคยบวกแรงกว่านั้นในช่วงเช้า สาเหตุหลักมาจากกราฟคาดการณ์ดอกเบี้ยของกรรมการเฟด (dot plot) ที่เผยว่ากรรมการ 12 จาก 18 คนคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปีนี้ และ 4 คนในจำนวนนั้นเห็นว่าอาจขึ้นได้ถึง 0.5% ซึ่งเข้มงวดกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า

ความหมายต่อราคาทองไทยวันนี้

เนื่องจากผลประชุมเฟดและปฏิกิริยาลบของราคาทองคำโลกดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันนี้ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดทองคำไทยยังไม่เปิดทำการ ราคาทองคำแท่งในประเทศไทยที่ปรับตัวขึ้นไปปิดที่ 68,400 บาทเมื่อวานนี้จึงยังไม่ได้สะท้อนแรงกดดันจากถ้อยแถลงเชิงเข้มงวดของประธานเฟดเลย ตามข้อมูลของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ทำให้ราคาทองคำไทยที่จะประกาศเปิดตลาดในวันนี้มีความเสี่ยงที่จะปรับฐานลงตามทิศทางราคาทองคำโลกที่อ่อนตัวลงหลังการแถลงข่าวดังกล่าว ผู้อ่านที่ต้องการติดตามราคาทองคำจริงแบบเรียลไทม์จากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้ที่หน้าราคาทองคำวันนี้ ของเว็บไซต์

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้

ตามรายงานของ GoldSilver.com ประเด็นที่ตลาดจะให้ความสำคัญต่อจากนี้คือทิศทางดอกเบี้ยเฟดในช่วงที่เหลือของปี เนื่องจาก dot plot ล่าสุดชี้ว่ากรรมการส่วนใหญ่ยังเห็นควรขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มอีก ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงจะเป็นแรงกดดันต่อเนื่องต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ยืนใกล้ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี ก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป นักลงทุนควรจับตาถ้อยแถลงเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่เฟดและทิศทางดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์นี้ว่าจะตอกย้ำแนวโน้มเข้มงวดต่อเนื่องหรือไม่ ผู้อ่านที่สนใจติดตามบทวิเคราะห์และข่าวราคาทองคำฉบับอื่น ๆ เพิ่มเติมสามารถดูรายการทั้งหมดได้ที่หน้าบทความทั้งหมด ของเว็บไซต์

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน